ถ้าโลกไม่มีกลางคืน

ถ้าโลกไม่มีกลางคืน

ถ้าโลกไม่มีกลางคืน สวัสดีค่ะ วันนี้ เว็บ หวยออนไลน์ ifeellikehillz จะขอพาสมาชิกทุกท่าน ไปดูในเรื่องเกี่ยวกับ บทความ ๆ หนึ่งอยากให้เพื่อน ๆ สมาชิกได้ลองอ่านข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ไม่ต้องการให้เพื่อน ๆ สมาชิกเชื่อเรื่องที่ปรากฏในบทความนี้ แต่ เว็บ หวยออนไลน์ ifeellikehillz ได้หา ข้อมูลรอบด้านที่สุด เพื่อนำมาเขียนบทความนี้ให้เพื่อน ๆ สมาชิก เว็บหวยออนไลน์ ifeellikehillz ได้อ่านกัน ตามเว็บ หวยออนไลน์ ifeellikehillz ไปดูกันค่ะ

ถ้าโลกไม่มีกลางคืน

ถ้าโลกไม่มีกลางคืน

ถ้าโลกไม่มีกลางคืน เราไม่รู้แน่ว่าโหราศาสตร์ในโลกกำเนิดจริง ๆ เมื่อไร อาจจะตั้งแต่มนุษย์เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า และรู้สึก พิศวงกับดวงดาว สร้างเรื่องและตำนานเกี่ยวกับ ดวงดาวและในที่สุดก็ผูกชีวิตเข้ากับมัน เรารู้ว่ามัน มีรากฐานยาวนานมาตั้งแต่สมัยอารยธรรมบาบิโลน คนโบราณรู้เรื่องดาราศาสตร์ดี นอกจากบาบิโลน ยังมีอารยธรรมใหญ่ ๆ ทั้งหลายล้วนพัฒนาศาสตร์ ทางด้านนี้ ตั้งแต่กรีก อียิปต์ อินเดีย อาหรับ โรมัน ไบเซนไทน์ ฯลฯ
ในสมัยโบราณ โหราศาสตร์เป็นเครื่องมือ ของนักบวช ดวงดาวรวมกับเรื่องมายากลเป็นส่วน ผสมที่ลงตัวในยุดนั้น มันดูลึกลับ มีอำนาจพิเศษ และฟังดูมีเหตุผล เช่น ดาวอังคารมีสีแดง จึงหมาย ถึงสงคราม เลือด
ในศตวรรษที่ 2 ปราชญ์โทเลมีเขียนหนังสือ ชื่อ Tetrabiblos มันจัดเป็นคัมภีร์สำคัญที่วางราก ของโหราศาสตร์ และพัฒนาวต่อมาเป็นโหราศาสตร์ ปัจจุบัน
โหราศาสตร์เงียบหายไปในยุดกลาง เพราะวงการศาสนาไม่ยอมรับ แต่ไปรุ่งเรืองที่อาหรับ ครั้นถึงศตวรรษที่ 13 โหราศาสตร์ก็กลับมารุ่งเรือง ใหม่
โหราศาสตร์แตกแขนงออกเป็นหลายชนิด จำนวนมากผูกกับดวงดาว เช่น โหราศาสตร์แบบราศี โหราศาสตร์แบบผูกดวง การดูลายมือ นอกจากนี้ ก็มีแนวคิดอื่น เช่น การดูไพ่ การดูดวงจากอัญมณี กลุ่มเลือด ไปจนถึงดู ใบชาบนถ้วยที่ดื่มทิ้งไว้
โหราศาสตร์แบบราศี อิงวันเกิดตามราศีและกลุ่มดาว แบ่งช่วงเวลา ออกเป็น 12 ราศี มาจาก 12 กลุ่มดาว ราศีคือช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์สถิต ณ กลุ่มดาวฤกษ์หนึ่ง ๆ ราววันที่ 21 หรือ 22 ของเดือน เกิดในช่วงใด ก็เป็น คนราศีนั้น
โหราศาสตร์บางสายเช่น ยูเรนียน ถูกออกแบบมาละเอียดกว่าสาย อื่น สายนี้กำเนิดกลางศตวรรษที่ 20 แตกต่างจากโหราศาสตร์อื่นตรงที่ใช้ ดวงดาวถึง 22 ดวงในการพยากรณ์ มากกว่าสายอื่น ครึ่งหนึ่งของดาวที่ใช้ เป็นดาวสมมุติ ไม่มีตัวตนจริงในจักรวาล
นอกจากโหราศาสตร์ ยังมีไสยศาสตร์ การทำพิธีเพื่อให้ชีวิตดีขึ้น หรือพ้นความอัปมงคล หรือความวิบัติ มองในมุมวิทยาศาสตร์ มีความเป็นไปได้แค่ไหนที่โหราศาสตร์และ ไสยศาสตร์มีอำนาจหรือแรงที่สามารถเปลี่ยนชีวิตมนุษย์ได้

ถ้าโลกไม่มีกลางคืน

ถ้าโลกไม่มีกลางคืน สมมุติว่าโลกเรามีดวงอาทิตย์สองดวง แต่โชคดีที่พลังของดวงอาทิตย์ทั้ง สองไม่แรงจนทำให้ชีวิตบนโลกดับสูญ โลกไม่มีกลางคืน เรามองไม่เห็น ดวงดาวบนท้องฟ้า จึงไม่รู้ว่านอกโลกมีดวงดาวมากมาย (อย่างน้อยก็จน กว่าจะประดิษฐ์จรวด จักรวาลของเราก็คือพื้นที่แคโลกใบนี้เท่านั้น
โลกที่ไม่มีกลางคืนนี้ย่อมไม่มีโหราศาสตร์ และไสยศาสตร์ที่อิงกับ ดวงดาว มันอาจจะอิงกับจำนวนใบไม้ หรือต้นไม้ รูปทรงของภูเขา หรือสาย ลม หรือลักษณะคลื่นในทะเล ฯลฯ แต่ไม่สามารถอิงกับดวงดาว ในโลกไร้กลางคืนนี้ เราจะเชื่อว่าอำนาจศักดิ์สิทธิ์ที่กระทำต่อชะตาชีวิตมนุษย์มาจาก ต้นไม้ ภูเขา พายุ ฟ้าผ่า

ถ้าโลกไม่มีกลางคืน

สมมุติอีกว่าสัตว์โลกไม่ได้วิวัฒนาการนัยน์ตาขึ้นมา เรามองไม่เห็น ดวงดาว ไม่เห็นภูเขา ไม่เห็นแม่น้ำ คราวนี้หากจะมีวิชาโหราศาสตร์ ก็คง ต้องอิงกับสิ่งที่เราสามารถสัมผัสได้ เช่น เสียง กลิ่น โหราศาสตร์อาจจะบอก ว่าหากมีกลิ่นชนิดนี้ลอยมา จะเป็นโชคดี กลิ่นชนิดนั้นจะเกิดเคราะห์ร้ายเช่น กลิ่นดอกมะลิทำให้เจริญ กลิ่นลาเวนเดอร์ทำให้มีชื่อเสียง กลิ่นกุหลาบ ทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ กลิ่นขยะดืออัปมงคล ฯลฯ ตำราโหรา- ศาสตร์ในโลกก็จะมีหลายร้อยหลายพันเรื่อง (คงเป็นหนังสือเสียง) เกี่ยวกับ กลิ่นมงคลและกลิ่นกาลกิณี ไสยศาสตร์ก็จะเข้ามามีบทบาทเสนอวิธีแก้ ความอัปมงคลจากกลิ่น เช่น เดินผ่านกองขยะได้กลิ่นขยะแล้ว ก็สามารถ ล้างชวยด้วยการสูดกลิ่นดอกแก้ว หรือเพิ่มความมงคลแก่ชีวิตด้วยการสูด กลิ่นดอกโมก ถ้าเป็นโมกที่ผ่านการปลุกเสก ยิ่งได้ผล ฯลฯ

พูดง่าย ๆ คือโหราศาสตร์และไสยศาสตร์ใช้องค์ประกอบที่เราสัมผัส ได้เท่านั้น เราไม่มีโหราศาสตร์ที่อิงกับอะตอม อนุภาค นิวตริโน รังสีต่าง ๆ เควซาร์ พัสซาร์ เพราะตอนที่โหราศาสตร์กำเนิด เรายังไม่รู้จักสิ่งเหล่านี้
ถ้าคนโบราณมีข้อมูลทางจักรวาลของวันนี้ โฉมหน้าของโหราศาสตร์ และสยศาสตร์จะต่างจากที่ป็นอยู่อย่างหน้ามือเป็นหลังมือ เราอาจจะใช้ หลุมดำ พัลซาร์ เควชาร์ สสารมีด พลังงานมีด นิวตรีโน มาร่วมคำนวณ ดวงชะตา
ยกตัวอย่างอนุภาคนิวตริโน (Neutrino) ที่น่าจะนำมาทำนายได้ เพราะ มันวิ่งทะลุร่างกายเราทุกวัน นิวตริโนเป็นอนุภาคกลุ่มเดียวกับอิเล็กตรอน (Electron) มิวออน (Muon) และทอ (Tau) แต่ไม่มีประจุไฟฟ้า สามารถ เคลื่อนผ่านสสารต่าง ๆ ได้อย่างสบาย ทุก ๆ วันนิวตรีโนจำนวนมหาศาล วิ่งฝาจักรวาลทะลุโลกและร่างกายเรา ในแต่ละวินาที มีนิวตริโนจำนวน 100,000,000,000,000 ตัว ผ่านร่างกายเราด้วยความเร็วเกือบเท่าความเร็ว แสง มันน่าจะถูกใช้เป็นเครื่องมือทำนายชะตามนุษย์ได้ แต่เราไม่มีโหรา- ศาสตร์สายนิวตริโน เพราะเราไม่เคยรู้ว่ามันมีตัวตน
พูดง่าย ๆ คือ เราสามารถใช้ทุกอย่างรอบตัวเราเป็นเรื่องโหราศาสตร์ เราสามารถทำนายชะตาได้จากทุกอย่าง โหราศาสตร์ และไสยศาสตร์ ก็เหมือนนิยาย สามารถแต่งเรื่องได้จาก วัตถุดิบทุกอย่าง และสามารถทำให้สมจริงได้ จนผู้เสพเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง และตบท้ายด้วยประโยค ‘ไม่เชื่ออย่าลบหลู่’

หลายคนชอบให้เหตุผลคลาสสิกว่า หากโหราศาสตร์ไม่จริง ทำไมมันคงอยู่ ในโลกนี้มานานหลายพันปี อะไรที่อยู่ยาวนานขนาดนี้ ก็ต้องมีเหตุผลของ การดำรงอยู่ นี่มีใช่ตรรกะแต่ประการใด เพราะดำโกหกก็อยู่ในโลกนี้มานาน ตำนาน นิยาย ละคร ภาพยนตร์ก็อยู่กับเรามานาน ล้วนเป็นเรื่องไม่จริงซึ่ง เราสมมุติขึ้น
อะไรที่อยู่มานานหลายพันปีไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งดีหรือถูกต้อง มันกำเนิดขึ้นและอยู่ด้วยปัจจัยและข้อแม้ของช่วงเวลานั้นๆ
ดังนั้นการจะบอกว่โหราศาสตร์ดวงดาว โหราศาสตร์ลายมือ โหรา- ตาสตร์อื่น ๆ ฯลฯ นั้นจริงหรือไม่ จึงต้องวัดกันที่หลักฐานหรือตรรกะ หรือ ทฤษฎีที่อยู่บนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ หมายถึง กระบวนการค้นหาความจริง เรามักได้ยินคำแย้งว่า “วิทยาศาสตร์ไม่รู้ทุกอย่างหรอก โลกนี้ยังมี พื้นที่ที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจรู้ มันอยู่เหนือมนุษย์” ทว่านี่เองที่ทำให้วิทยาศาสตร์ยิ่งเป็นเครื่องมือที่จำเป็น เพราะมัน ค้นหาความจริงได้เท่าที่ทำได้ บ้างว่า วิทยาศาสตร์ไม่ทำให้ชีวิตมนุษย์ดีขึ้น ตรงข้ามพาโลกสู่วัตถุ นิยม คำพูดนี้ก็เหมือนบอกว่าการเรียนหนังสือทำให้โลกแย่ลง เพราะผลิต ปัญญาชนเลวร้ายมากมายที่ออกมาทำลายสังคม มันไม่เกี่ยวกัน เพราะการศึกษาเป็นแค่กระบวนการ วิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือ และกระบวนการในการค้นหาความจริง
โดยการหาหลักฐาน พิสูจน์ ทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีกจนสามารถตราเป็นกฎ มัน ไม่มีการมั่ว ไม่เดา ไม่ทาย ว่าด้วยหลักฐานล้วนๆ วิทยาศาสตร์ ก็คือกาลามสูตร วิทยาศาสตร์ก็คือ การตรวจสอบ แน่ละว่าวิทยาศาสตร์ไม่อาจรู้ทุกอย่าง ก็เพราะว่าเรายังไปไม่ถึงจุดนั้น และ ถ้าบอกว่า “โลกนี้ยังมีพื้นที่ที่วิทยาศาสตร์ไม่อาจวั มันอยู่เหนือ มนุษย์” อย่างนี้ ก็ต้องแยกวงคุยเหมือนกัน เพราะ ประโยดนี้เป็นความเชื่อ ล้วน ๆ ไม่มีอะไรรองรับ นี่มีใช่ค้านแบบหัวชนฝา แต่ชี้ให้เห็นว่าเราควรถามทุกคำถามที่สงสัย ถ้าไม่สงสัยก็ควรเริ่มสงสัย เพราะ การฝากชีวิตไว้กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยที่เรา ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ย่อมไม่น่าจะถูก เราจะฝากเงินกับธนาคารไหน ก็ต้อง ตรวจแล้วตรวจอีก ทำไมฝากชีวิตไว้กับอำนาจอะไรก็ไม่รู้ง่าย ๆ อย่างนั้น นี่เป็นทางเดียวที่เรามีโอกาสเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ และสิ่งที่เรา ประดิษฐ์สร้างขึ้นมา

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับบทความ ถ้าโลกไม่มีกลางคืน ที่เว็บ หวยออนไลน์ ifeellikehillz นำมาให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน เพื่อน ๆ สงสัยกันไหมว่าทำไมบางคนถึงฝากชีวิตไว้กับอำนาจอะไรก็ไม่รู้ง่าย ๆ อย่างนั้น นี่เป็นทางเดียวที่เรามีโอกาสเข้าใจพฤติกรรมของมนุษย์ และสิ่งที่เราประดิษฐ์สร้างขึ้นมาค่ะ สำหรับวันนี้ เว็บ หวยออนไลน์ ifeellikehillz ลาไปก่อน เจอกันใหม่บทความหน้าค่ะ

ที่มา : หวยสด

อ่านบทความอื่นของเว็บ ifeellikehillz

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest
Share on linkedin
LinkedIn
On Key

Related Posts